ขอบคุณ….รอยยิ้มในวันที่เหน็บหนาว

เช้าวันเสาร์ที่  13  ธันวาคม  2551  วันที่ท้องฟ้าดูครึ้ม อากาศเย็นเฉียบ ลมหนาวพัดแรง ผู้รับบริการส่วนใหญ่พาบุตรหลานมาตรวจโรค บ้างก็มาตรวจไข้ บ้างก็หอบหืด ซึ่งเป็นเหตุการณ์ปกติที่เกิดขึ้น ในทุกฤดูหนาว แต่ที่ไม่ปกติคือปีนี้อาการหนาวเย็นกว่าทุกปีที่ผ่านมา 10 นาฬิกา   ผู้รับบริการบางตาแล้ว สังเกตเห็นหนุ่มสาวคู่หนึ่งประคองมือเดินผ่านหน้าห้องไป  สีหน้าดูวิตกกังวล เกือบ 11 นาฬิกา  หญิงสาวคนเดิมนำใบรับบริการมายื่นให้ ดิฉันอ่านรายละเอียด  ในใบรับบริการ ทราบว่าคนไข้ชื่อ นายนิกร    กัณหาวาปี  อายุ  17  ปี  สิทธิการรักษาชำระเงินเอง    ที่อยู่ระบุว่าเป็นคนไข้นอกเขต ดิฉันตรวจสอบรายการค่ารักษา รวมเป็นเงิน  730 บาท เหตุนี้รึเปล่าหนอที่ทำให้ทั้งคู่ดูวิตกกังวล ดิฉันถามหญิงสาวว่า บ้านอยู่ศรีธาตุ มาทำอะไรที่กุมภวาปี เธอตอบว่าพี่ชายมาทำงานรับจ้างที่นี่  วันนี้เหล็กทับมือ เธอถามถึง ค่าใช้จ่าย เมื่อดิฉันตอบไปเธอแสดงสีหน้ากังวลอย่างเห็นได้ชัด เธอบอกว่าเงินไม่พอนายจ้างให้มา 500 บาท รอก่อนได้ไหม เดี๋ยวหนูไปยืมเงินนายจ้างมาให้ พอเธอพูดจบดิฉันก็อึ้งไปสักพัก   ในหัววนเวียนอยู่กับคำว่ายืมเงิน   รับจ้าง   เหล็กทับมือ  บ้านอยู่ไกลที่อำเภอศรีธาตุ  ทำอย่างไรเธอจะไม่ต้องไปยืมเงิน    ความคิดหนึ่งผุดขึ้นในมโนจิต  “ กรณีนี้ถือว่าเป็นฉุกเฉินนี่นา”    ถามเธอว่า”นำบัตรทอง   บัตรประชาชนของพี่ชายมาด้วยไหม” เธอตอบว่า  “ บัตรทองไม่ได้เอามา   มีแต่บัตรประชาชนเท่านั้น”ดิฉันรีบประสานงานกับงานประกันสุขภาพ และแนะนำเธอไปห้องงานประกันสุขภาพ สักพักเธอนำใบรับบริการมายื่นสิทธิในกรณีฉุกเฉิน เธอไม่ต้องเสียเงินเลยสักบาท ดิฉันแนะนำเธอให้รอรับยาที่ห้องยา เธอยิ้ม กล่าวขอบคุณ หลังจากรับยาเสร็จก่อนกลับ เธอก็ยังส่งยิ้ม กล่าวคำขอบคุณพร้อมกับยกมือไหว้ ในช่วงเวลานั้นดิฉันรู้สึก………..อธิบายไม่ถูก สำหรับดิฉัน ดิฉันคิดว่ามัน คือ หน้าที่ที่จะให้คำแนะนำกับผู้รับบริการนะ แต่รอยยิ้มและคำขอบคุณของน้องสาวเขาในวันนั้น ทำให้หัวใจดิฉันพองโต  และอิ่มเอมอย่างบอกไม่ถูก

“ขอบคุณ สำหรับรอยยิ้มในวันที่เหน็บหนาว”

 

 

 

 

 

 

คงขวัญ    ใจเงิน

โรงพยาบาลกุมภวาปี  จังหวัดอุดรธานี

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้