สุขภาพด้านจิตวิญญาณ

62

สุขภาพด้านจิตวิญญาณ   สุขภาพด้านจิตวิญญาณ เป็นมิติที่เพิ่มเติมขึ้นหลังจากการประชุมนานาชาติเพื่อการส่งเสริมสุขภาพขององค์การอนามัยโลก และได้รับการยอมรับกันอย่างกว้างขวาง

โสภณ  สุภาพงษ์  (ส่วนพัฒนาบุคลากร สถาบันพระบรมราชชนก กระทรวงสาธารณสุข  2542 : 49) กล่าวว่า  จิตวิญญาณเป็นเรื่องของวิถีคิดที่พาไปสู่พฤติกรรม จุดเริ่มต้นของจิตวิญญาณของแต่ละคนมาจากกรรมเก่าและกรรมใหม่  กรรมเก่าคือ ดีเอ็นเอ (DNA) ส่วนกรรมใหม่คือสภาพแวดล้อมที่มากระทบ
นายแพทย์ประเวศ  วะสี (2543 : 1) กล่าวว่า  จิตวิญญาณก็คือ ศีลธรรมความดีงามหรือความเป็นมนุษย์  ความเป็นมนุษย์แปลว่าเป็นผู้มีจิตใจสูง  ความเป็นมนุษย์เป็นบ่อเกิดของสุขภาพหรือสุขภาวะ
แอนส์พอ  แฮมริค  และโรซาโต  (Anspaugh, Hamrick & Rosato  1997 : 6) ให้ความหมายของจิตวิญญาณว่า จิตวิญญาณ คือ ความเชื่อในพลังที่รวมมนุษย์ให้เป็นหนึ่งเดียว พลังนี้หมายความรวมถึง ธรรมชาติ วิทยาศาสตร์ ศาสนา และยังรวมถึงศีลธรรม ค่านิยม และจริยธรรมของมนุษย์ด้วย จิตวิญญาณเป็นสิ่งนำทางชีวิต และจิตวิญญาณจะนำพาคุณภาพชีวิตที่สูงขึ้น
เอดลิน  โกแลนที และบราวน์ (Edlin, Golanty & Brown 2000 : 7) กล่าวว่า จิตวิญญาณ คือ ภาวะของดุลยภาพระหว่างบุคคลกับคนอื่น ๆ เป็นความสามารถในการทำให้เกิดดุลยภาพระหว่างความจำเป็น (needs) ของชีวิต กับความต้องการของคนอื่น ๆ ในโลก
ฮาน และ เพย์นี (Hahn and Payne 2001 : 11) กล่าวว่า  จิตวิญญาณเป็นเรื่องของความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลกับสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ จิตวิญญาณเป็นวิถีชีวิต เป็นตัวกำหนดพฤติกรรมของมนุษย์ มีความเอื้ออาทรและอยากช่วยเหลือผู้อื่น
สรุปได้ว่า  จิตวิญญาณเป็นความเชื่อของบุคคลต่อบางสิ่ง เช่น ศาสนา ทฤษฎีทางวิทยาศาสตร์ ปรัชญาชีวิต เป็นต้น  ซึ่งจะเป็นสิ่งโน้มนำพฤติกรรมของมนุษย์ ที่รักสิ่งอื่น ๆ และคนอื่น ๆ ไม่น้อยไปกว่าการรักตนเอง เช่น รักผู้อื่น รักสิ่งแวดล้อม เป็นต้น  ผู้ที่มีสุขภาวะทางจิตวิญญาณจึงเป็นผู้ที่ลดละความเห็นแก่ตัว มีความสุข ปิติ เมื่อได้ช่วยเหลือผู้อื่น มีสำนึกของสาธารณประโยชน์ ซึ่งสามารถพิจารณาได้จากลักษณะต่าง ๆ ดังต่อไปนี้

  1. มีความหวัง
  2. มีความรักในชีวิตและลงมือทำ
  3. มุ่งในสิ่งที่ดีงาม
  4. มีความกระตือรือร้นที่จะประสบความสำเร็จ
  5. เชื่อในบางสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าตนเอง
  6. กล้าเสี่ยง (อย่างมีสติไม่ใช่บ้าบิ่น)

แนวคิดเกี่ยวกับสุขภาพในปัจจุบัน ได้เปลี่ยนจากการมองสุขภาพแบบแยกส่วน มาเป็นสุขภาพแบบองค์รวม (holistic  health)  สุขภาพแบบแยกส่วนเป็นการแยกพิจารณาแต่ละมิติของสุขภาพ  และมักให้ความสำคัญกับสถานะสุขภาพเฉพาะด้านร่างกายเท่านั้น มุ่งเน้นเพียงการดูแลและป้องกันโรคทางกายเป็นสำคัญ แต่โดยความเป็นจริงแล้วสุขภาพหรือสุขภาวะเป็นความสมดุลย์ขององค์ประกอบทุก ๆ ด้าน เช่น กายกับจิตก็มีความสัมพันธ์กันอย่างแยกไม่ได้ ดังคำกล่าวที่ว่า จิตเป็นนาย กายเป็นบ่าว  จิตใจและอารมณ์มีผลกระทบต่อระบบอวัยวะของร่างกายโดยผ่านระบบประสาทอัตโนมัติ (autonomic nervous system) เช่น  ความเครียดทำให้กระเพาะอาหารหลั่งกรดเกลือมากขึ้น ความดันโลหิตสูงขึ้น ความเครียดที่สะสมจึงทำให้มีความเสี่ยงต่อการป่วยด้วยโรคแผลในกระเพาะอาหาร และความดันโลหิตสูง ความเครียดที่สะสมจึงทำให้มีความเสี่ยงต่อการป่วยความจริงบางอย่างในชีวิต หรือการไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นมิติด้านจิตใจและอารมณ์ หรือความเครียดอาจเกิดจากการขาดความสามารถในการปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่น ขาดเพื่อน ปรับตัวเข้ากับสังคมใหม่ไม่ได้ ซึ่งเป็นมิติทางจิตวิญญาณ ผลลัพธ์จากการเห็นแก่ตัว เห็นแต่ประโยชน์ตน มีทั้งระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว ตัวอย่างของผลระยะสั้นคือ จิตที่ไม่สงบ ไม่เป็นสุข เพราะไม่ได้ประโยชน์ตามที่ต้องการ ผลระยะกลางคือ การขาดมิตร และผลระยะยาวคือ ความเครียดที่เกิดจากภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งเกิดจากการทำลายสิ่งแวดล้อมเพราะการขาดสำนึกสาธารณะ เป็นต้น และความเครียดอาจเกิดจากความไม่พึงพอใจในการทำงานหรือการเรียน การทำงานที่ให้ผลตอบแทนน้อย รายได้ไม่เพียงพอต่อการยังชีพตามมาตรฐานของการดำรงชีวิตอย่างมีคุณภาพ หรือการทำงานที่เสี่ยงภัย ย่อมก่อให้เกิดความเครียด เป็นต้น

นอกจากสุขภาพแบบองค์รวม จะเป็นแนวคิดที่สะท้อนถึงความสัมพันธ์ขององค์ประกอบทุกด้าน ทุกมิติของสุขภาพแล้ว แนวคิดของสุขภาพแบบองค์รวมยังหมายถึงการบอกหรือบ่งชี้สถานะสุขภาพในภาพรวมอีกด้วย ไม่ใช่วัดเฉพาะองค์ประกอบด้านร่างกายเพียงด้านเดียวแล้วบอกหรือบ่งชี้สถานะสุขภาพ เช่น สุขภาพดีเพราะไม่เจ็บป่วย เป็นต้น ถ้าในห้วงเวลานั้นอาจเป็นสัปดาห์นั้น เดือนนั้น หรือปีนั้น อาจเจ็บป่วยเล็กน้อย แต่มีสุขภาพจิต สุขภาพสังคม สุขภาพจิตวิญญาณ และสุขภาพในการทำงานการเรียนที่ดี เมื่อเปรียบเทียบกับการที่ไม่เจ็บป่วยเลย แต่จิตใจไม่เป็นสุข ไม่สงบ ขาดมิตร ผู้บังคับบัญชาหรือครูอาจารย์เพ่งเล็ง หรือตำหนิติเตียนเสมอ ๆ กรณีแรกอาจจะมีสถานะสุขภาพที่ดีกว่ากรณีหลัง เมื่อมองสุขภาพในภาพรวมหรือแบบองค์รวม

เราชอบที่จะฟังมุมมองของคุณเกี่ยวกับเรื่องนี้