“หมอธี” สั่งเป็นมาตรการทุกสถานศึกษาต้องปลอดบุหรี่-เหล้า 100% ย้ำผู้บริหาร-ครูต้องเป็นแบบอย่าง พบใครทำไม่ถูกแจ้งทันที และขอความร่วมมืองดใช้มือถือในห้องเรียน

     เมื่อวันที่19 ก.ค.60- นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ในการประชุมผู้บริหารองค์กรหลักของ กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ได้กำชับให้ทุกองค์กรหลักฯ กลับไปดำเนินการสร้างความรู้ ความเข้าใจถึงนโยบายและกิจกรรมต่างๆที่ ศธ.ดำเนินการขึ้นไปสู่ประชาชนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเรื่องนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เน้นย้ำให้ ศธ.ดำเนินการเพื่อที่ประชาชนได้เข้าใจว่าสิ่งที่ดำเนินการต่างๆผู้เรียนได้รับประโยชน์มากน้อยแค่ไหน

ขณะเดียวกัน นายกฯ อยากให้ศธ.ได้จัดการศึกษาเพื่อท้องถิ่นมากขึ้น ให้เด็กได้เรียนรู้วัฒนธรรมท้องถิ่นของตนเองว่า ชุมชนที่อยู่มีเรื่องใดที่น่าสนใจบ้างไม่ใช่รับรู้แต่วัฒนธรรมของต่างประเทศเพียงอย่างเดียว อยากให้เด็กได้สื่อสารสิ่งเหล่านี้ออกมาในรูปแบบการตลาด เพื่อจะได้สร้างเศรษฐกิจในท้องถิ่นและเพิ่มการท่องเที่ยวในชุมชนของตนเองควบคู่ไปกับการเรียนรู้ทักษะภาษาอังกฤษไว้แนะนำให้ชาวต่างชาติได้รับทราบถึงของดีในพื้นที่ตนเองด้วย

“ได้สั่งเป็นมาตรการให้สถานศึกษาทุกแห่งปลอดเหล้าและบุหรี่แบบ 100% โดยผู้บริหารและครูจะต้องเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่นักเรียนห้ามสูบบุหรี่หรือดื่มเหล้าในสถานศึกษาให้เด็กเห็นอย่างเด็ดขาด เพราะเรื่องนี้หากทำก็ถือว่าผิดกฎหมายที่ห้ามสูบบุหรี่ในที่สาธารณะอยู่แล้ว ดังนั้นหากนักเรียนเห็นครูหรือผู้บริหารสูบบุหรี่และดื่มเหล้าในโรงเรียนให้แจ้งข้อมูลมาที่เขตพื้นที่หรือส่วนกลางได้ทันที”นพ.ธีระเกียรติ กล่าว

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ เรื่องปลอดบุหรี่ในสถานศึกษาและเรื่องการจัดการศึกษาเพื่อท้องถิ่น ได้มอบให้ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) และศึกษาธิการภาค (ศธภ.) ไปดำเนินการให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เพราะทั้งสองประเด็นนี้จะเป็นตัวชี้วัดให้แก่ ศธจ.และศธภ.ด้วย

ด้าน ดร.กมล รอดคล้าย เลขาธิการสภาการศึกษา ในฐานะโฆษก ศธ. กล่าวว่า ในการประชุมองค์กรหลักฯ นพ.ธีระเกียรติ ได้แจ้งให้สถานศึกษาทุกสังกัดขอความร่วมมือให้นักเรียนนักศึกษางดใช้โทรศัพท์ระหว่างการเรียนการสอน เนื่องจากอยากให้เด็กมีสมาธิในสิ่งที่ครูสอนหน้าชั้นเรียนและได้ฝึกวิธีการจดและจำ เพื่อให้คิดวิเคราะห์เป็นมากขึ้น เพราะนายกฯมีความห่วงใยในเรื่องการใช้โทรศัทพ์มือถือของนักเรียน

ที่มา :  http://www.komchadluek.net/news/edu-health/288289

คิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้