8  เป้าหมายเรื่องสุขภาพที่ควรตั้งไว้ต้อนรับปี 2021

603
8  เป้าหมายเรื่องสุขภาพที่ควรตั้งไว้ต้อนรับปี 2021


เข้าสู่เดือนแรกของปี 2021 กันแล้วเชื่อว่าหลายคนคงอยากตั้งเป้าหมายอะไรใหม่ๆ ให้กับตัวเองรับปี 2021 หลังจากปีที่แล้วหลายคนอาจเหน็ดเหนื่อยจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 บางคนอาจรู้สึกว่าหลายอย่างยังขาดหายไป ละเลยในหลายๆเรื่องรวมถึงเรื่องของสุขภาพ หรือมีสิ่งที่ไม่ได้ทำในปี2020 ที่ผ่านมา วันนี้เราจะมาแนะนำเป้าหมายที่หลายคนอาจนำไปประยุกต์เป็นแนวทางแล้วตั้งเป้าหมายให้กับตัวเองในปี 2021 เพื่อเป็นคนใหม่กัน

  1. จดบันทึกพัฒนาการทางอารมณ์ สุขภาพจิตเป็นเรื่องสำคัญและไม่ควรละเลยอย่างยิ่ง บ่อยครั้งเราอาจมีการเผลออารมณ์เสีย หรือเกิดอาการนอยด์กับตัวเองอย่างไม่รู้ตัว เชื่อได้ว่าหลายคนต้องประสบปัญหานี้เนื่องจากปีที่แล้วต้องเข้าสู่ชีวิตแบบ New Normal ที่มีการ Work from home มากขึ้น ซึ่งอาจสะสมความเครียดไว้เยอะมาก จนบางครั้งทำให้อารมณ์ของคุณไม่คงที่ ดังนั้นปีนี้มาเริ่มจดบันทึกพัฒนาอารมณ์ของคุณในแต่ละวัน เพื่อจะได้รู้ตัวว่าในแต่ละวันเรารู้สึกอย่างไร เผื่อบางคนสภาวะอารมณ์ไม่คงที่มากๆ อาจต้องมีการไปพบจิตแพทย์เพื่อทำการปรึกษาและรักษาให้ตรงจุด
  2. ตั้งเป้าหมายเล็กๆ เชื่อไหมว่าหากกลับบมาลองตั้งเป้าหมายแต่ละอย่างในชีวิตเพียงแค่เรื่องเล็กๆ ก็ทำให้คุณรู้สึกได้ คุณไม่จำเป็นต้องคาดหวังกับตัวเองมากว่า ต้องมีบ้าน ต้องมีรถ ต้องรวย อาจจะเป็นแค่เช้านี้ตื่นมาคุณเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วยการพับผ้าห่ม หลังจากที่ทุกทีคุณตื่นมาก็ลุกไปอาบน้ำแปรงฟัน โดยไม่สนใจกองผ้าห่มนั้นเลย หรืออาจเป็นเรื่องแค่วันนี้ตั้งใจจะงดชาไข่มุกแล้วคุณสามารถทำได้ เพียงเท่านี้ก็เหมือนคุณทำสำเร็จเป้าหมายเล็กๆในวันนั้นแล้ว อย่างน้อยคุณจะรู้สึกดีกับตัวเองมากขึ้น
  3. เปลี่ยนแปลงตัวเอง เปลี่ยนแปลงตัวเองในที่นี้หมายถึงทั้งรูปร่างภายนอก และความคิดภายใน เชื่อว่าหลายคนมีความคิดที่จะอยากลดน้ำหนักตั้งแต่ปีที่แล้ว หรือบางคนอาจจะลดตั้งแต่ปีที่แล้วแต่ก็ยังไม่สามารถถึงเป้าหมาย ขอกระซิบว่าบางคนอาจแก้ปัญหาด้วยการไปดูดไขมันออกเฉพาะส่วน เพื่อแก้ปัญหาตรงนี้ ปีใหม่นี้เรามาเปลี่ยนแปลงตัวเองกันใหม่เมื่อรูปร่างภายนอกของเราเป็นที่พึงพอใจแล้ว จะทำให้เกิดความมั่นใจได้เสมอ ซึ่งจะส่งผลดีต่อความคิดภายในจิตใจของเราด้วย
  4. เก็บเสื้อผ้าที่ไม่ใช้ไปบริจาค ในหนึ่งปีที่ผ่านมา หลายคนคงซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆกันไม่หยุด ไม่ว่าคอลเลคชั่นใหม่กี่คอลเลคชั่นที่ออกมาก็ซื้อจนครบ เพราะระบบแฟชั่นหมุนเวียนตลอดเวลา ดังนั้นเพื่อเตรียมเพื่อเตรียมเสื้อผ้าใหม่ของคอลเลคชั่นปีนี้ คุณเองก็ควรจัดการรื้อเสื้อผ้าที่ไม่ใส่แล้วแยกออกมาเพื่อนำไปบริจาค อย่างน้อยเป็นการส่งต่อความสุขไปสู่คนที่ยากไร้ และคุณเองจะได้มีพื้นที่ตู้เสื้อผ้าที่กว้างขึ้น เพื่อรองรับคอลเลคชั่นใหม่ของปีนี้
  5. ลด ละ เลิก อาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ บางอย่างที่คุณทำจนติดเป็นนิสัย ไม่ว่าจะเป็นการสูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอลล์อย่างหนัก ดื่มกาแฟวันละ3-4แก้ว หรือจะเป็นทางอาหารประเภท Fast food จนเป็นนิสัย ซึ่งทั้งหมดที่กล่าวมานี้เป็นการกินที่ไม่ดีต่อสุขภาพ หากทำติดต่อกันในระยะยาวจะส่งผลเสียต่อร่างกายได้ ดังนั้นปีใหม่นี้หากยังเลิกขาดไม่ได้ ก็อยากให้คุณค่อยๆลดลง แล้วเพิ่มอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากขึ้น อาจจะไม่ถึงขั้นกินอาหารคลีนทุกมื้อ แต่อย่างน้อยในแต่ละครั้งก่อนการกินอยากให้คุณไตร่ตรองและเลือกสิ่งที่ดีที่สุดต่อร่างกาย
  6. หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ปีที่ผ่านมาหลายคนอาจมุ่งมั่นทำแต่งาน จนละเลยสุขภาพของตนเองเลยก็ว่าได้ ดังนั้นเริ่มมาปีใหม่นี้ หันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเริ่มออกกำลังกาย โดยเริ่มต้นง่ายๆ เช่น การวิ่งรอบหมู่บ้าน หรือการออกกำลังกายเบาๆตามคลิปวิดีโอที่สอนบนโลกอินเตอร์เน็ต หรือ การไปตรวจสุขภาพที่โรงพยาบาล เหมือนเป็นการเช็คว่าร่างกายของตนเอง มีส่วนไหนที่มีปัญหาหรือไม่ และควรเสริมสร้างอะไรเข้าสู่ร่างกาย เพื่อสุขภาพที่ดีขึ้นในปีนี้
  7. จัดระเบียบบริเวณที่ทำงานให้เรียบร้อย เริ่มต้นปีใหม่ เมื่อเปิดคอมพิวเตอร์เตรียมทำงานหาเจอหน้าจอที่รก เต็มไปด้วยเอกสารงานต่างๆที่ยังคั่งค้าง อาจทำให้หลายคนหมดกำลังใจที่จะเริ่มต้นทำงานในปีใหม่นี้ ดังนั้นเพื่อเป็นการเริ่มต้นใหม่ของปีนี้ ควรรื้อเอกสารและไฟล์ต่าง ๆในคอมพิวเตอร์ให้เป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น อย่างน้อยพอมองไปก็จะรู้สึกสดใส เตรียมพร้อมรับงานใหม่ๆในปีนี้
  8. เพิ่มพลังบวกให้กับตัวเองอยู่เสมอ เข้าปีใหม่ เราต้องปรับความคิดตัวเองเสียใหม่ด้วย หลายคนอาจติดการคิดในแง่ลบ รู้สึกท้อ รู้สึกตัวเองไม่เก่ง รู้สึกตัวเองเป็นภาระ อยากให้ทุกคนในปีนี้เริ่มปรับความคิดตัวเองเสียใหม่ โดยเริ่มง่ายๆ เพียงแค่ตื่นเช้ามาหลังจากล้างหน้าแปรงฟัน คุณลองยิ้มให้กับตัวเองในกระจก แล้วพูดชมตัวเองหนึ่งประโยค ไม่ว่าจะเป็น คุณเก่งมากเลย หรือ วันนี้คุณดูดีสุดๆ เพียงเท่านี้ก็จะเป็นการเพิ่มพลังบวกให้ตัวเองอยู่เสมอ ในเมื่อจิตใจของเรานั้นคิดในแง่บวก เวลาเจอปัญหาหรืออุปสรรคอะไรก็จะสามารถผ่านพ้นมันไปได้เสมอ